ประวัติของเมือง ริโอเดอจาเนโร เมืองหลวงบราซิล

โลกของเราใบนี้ มีประเทศต่างๆ มากมาย มีภูมิภาคที่หลากหลาย และความแตกต่างทางภูมิศาสตร์นี้เองที่ทำให้โลกของเราสวยงามและน่าค้นหา

และหากจะพูดถึงเมืองที่มีภูมิศาสตร์ที่สวยงามก็คงจะมีมากมายและที่นี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น “ริโอเดอจาเนโร” เมืองหลวงแห่งประเทศบราซิล หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อของ “ริโอ” นั่นเองค่ะ

นาทีแรกที่เราเห็นภาพถ่ายของสถานที่ต่างๆ ณ เมืองแห่งนี้ สิ่งที่เรารู้สึกเหมือนกันคือ “ว๊าว!!”

Christ of Redeemer อยู่คู่กับ ประวัติเมืองริโอเดอจาเนโรบราซิล อันยาวนาน

ความ “ว๊าว!!” ของริโอมีมากมายเลยทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รูปปั้นของพระเยซู ชื่อ Christ of Redeemer  ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นรูปปั้นที่มี่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และแน่นอนว่าสิ่งนี้ได้ถูกเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในปัจจุบัน

รูปปั้นของพระเยซูคริสต์อูกริชตูเรเดงโตร์ มีความสูง 700 เมตร นับว่าเป็นความสูงที่เราต้องใช้คำว่า “สู๊งงงงสูง” เลยทีเดียวค่ะ

กระเช้าชึ้นสู่ยอดเขาเมืองริโอ วิวสวยมาก

ตั้งอยู่ห่างจากจุดชมวิวไม่ไกล บนยอดเขาคอร์โควาโด ซึ่งจากจุดนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด เพราะเราสามารถมองเห็นชายหาดอันเป็นที่เลื่องชื่อของบราซิล และ ณ สถานที่แห่งนี้

ชาวบราซิลและคริสต์ศาสนิกชนทั่วโลกต่างเคารพสักการะและบอกว่าพระเจ้าคือชาวบราซิล ที่ยืนตระหง่านเพ่งมองเมืองแห่งนี้ สองแขนอ้าออกกว้างประหนึ่งจะทรงโอบกอดผู้คนเอาไว้

ราวกับจะบอกให้ทั่วโลกได้รู้ว่า ริโอ อยู่ในความคุ้มครองของพระองค์

ริโอเดอจาเนโร ยามค่ำคืน

ประวัติของเมืองริโอเดอจาเนโร

ก่อนที่จะมาเป็น “ริโอเดอจาเนโร” และ พระเยซูคริสต์อูกริชตูเรเดงโตร์ สัญลักษณ์ที่โดดเด่นและสวยงามแห่งเมืองริโอ เริ่มต้นจากนักสำรวจชาวโปรตุเกส ที่มีชื่อว่า…

กาสปาร์ เลมอส

ได้เดินทางออกสำรวจโลก และล่องเรือมาจนถึงอ่าวแห่งนี้ ในช่วงเดือนมกราคม  กาสปาร์ เลมอส จึงตั้งข้อสังเกตและสันนิษฐานว่า…

ลักษณะชายหาดและแอ่งน้ำแห่งนี้ น่าจะเป็นปากแม่น้ำ จึงได้เรียกที่นี่ว่า ริโอ เด จาเนโร ซึ่งมีความหมายว่า “แม่น้ำแห่งเดือนมกราคม”  นั่นเองค่ะ

จึงได้ถือกำเนิด เมืองแห่งนี้ภายใต้ชื่อ “ริโอเดอจาเนโร” ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันทั่วโลกในเวลาต่อมาว่า เมืองเล็กๆ แห่งนี้ เป็นเมืองที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเลยทีเดียวค่ะ

“ริโอเดอจาเนโร” เรียกว่าเป็นเมืองเก่าหรือเป็นเมืองหลวงเก่าของบราซิลนานเกือบ 3 ศตวรรษ

แต่ด้วยอาณาเขตที่อยู่ห่างไกลสุดขอบแผ่นดิน ยากต่อการทำกิจอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศทั้งปวง จึงได้มีการปรับเปลี่ยนให้เมืองบราซิเลียเป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ.2503 เพื่อให้การปกครองและการกระจายความเจริญเป็นไปได้ง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ  และยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ รองจาก เซาเปาลูอีกด้วย